ด้านล่างเป็นตัวอย่างโจทย์ 2 ข้อ อย่างไรก็ตามในระบบแข่ง เมื่อลงทะเบียนแล้ว จะสามารถเข้าทำโจทย์ตัวอย่างที่มากกว่านี้ได้ แล้วจะรีรออะไรอยู่…ไปลงทะเบียนแล้วเริ่มทำโจทย์กันเลย!
จำนวนจำนวนเฉพาะ
จะกล่าวว่า จำนวนเต็มบวก p เป็นจำนวนเฉพาะถ้ามีจำนวนเต็มบวกจำนวนสองตัวที่หาร p ลงตัว
ให้จำนวนเต็มสองจำนวน A และ B จงหาจำนวนของจำนวนเฉพาะที่มีค่าตั้งแต่ A ถึง B (นับรวม A และ B ด้วย)
ข้อมูลนำเข้า
บรรทัดแรกระบุจำนวนเต็ม T แทนจำนวนชุดข้อมูลทดสอบ (1 <= T <= 10) จากนั้นอีก T บรรทัดจะระบุข้อมูลชุดทดสอบแต่ละชุดในรูปแบบต่อไปนี้
ข้อมูลชุดทดสอบแต่ละชุดจะระบุจำนวนเต็มสองจำนวน A และ B (1 <= A <= B <= 100,000)
ข้อมูลส่งออก
มีทั้งสิ้น T บรรทัด บรรทัดที่ i สำหรับ 1 <= i <= T ระบุผลลัพธ์ของข้อมูลชุดทดสอบชุดที่ i กล่าวคือระบุจำนวนของจำนวนเฉพาะที่มีค่าตั้งแต่ A ถึง B
ตัวอย่าง
ข้อมูลนำเข้า
5 1 10 2 11 100 200 1000 2000 5000 10000
ข้อมูลส่งออก
4 5 21 135 560
สตริงย่อยหน้าสุด
ในข้อนี้จะพิจารณาสตริงที่ประกอบไปด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์เล็ก
สำหรับสตริงสองสตริงใด ๆ เราสามารถเปรียบเทียบได้ว่าสตริงใดจะมีลำดับก่อนหน้าในพจนานุกรม โดยไล่พิจารณาจากตัวอักษรตัวแรก เช่น abcde จะมาก่อน bcca และ bef จะมาก่อน bfg เป็นต้น (การเรียงลำดับดังกล่าวเรียกว่า lexicographical order)
ให้สตริง S และจำนวนเต็ม k ให้หาสตริงย่อยที่มีความยาว k ของสตริง S ที่มีลำดับในพจนานุกรมน้อยที่สุด
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าสตริง S คือ abcdaade และ k = 4 สตริงย่อยที่เราต้องพิจารณาทั้งหมดคือ abcd, bcda, cdaa, daad, และ aade ซึ่งในสตริงเหล่านี้ aade มีอันด้บหน้าสุดในพจนานุกรม
ข้อมูลนำเข้า
บรรทัดแรกระบุจำนวนเต็ม T แทนจำนวนชุดข้อมูลทดสอบ (1 <= T <= 10) จากนั้นอีก T บรรทัดจะระบุข้อมูลชุดทดสอบแต่ละชุดในรูปแบบต่อไปนี้
ในแต่ละข้อมูลชุดทดสอบ จะระบุข้อมูล 1 บรรทัด คือสตริง S ที่มีความยาวไม่เกิน 1000 ตัวอักษร และจำนวนเต็ม k (1 <= k <= 1000)
ข้อมูลส่งออก
มีทั้งสิ้น T บรรทัด แต่ละบรรทัดระบุคำตอบของแต่ละข้อมูลชุดทดสอบ เป็นสตริงย่อยความยาว k ที่มีลำดับตามพจนานุกรมที่น้อยที่สุด
ตัวอย่าง
ข้อมูลนำเข้า
4 abcdaade 4 aabbccddeeffggaaabbbccc 5 abc 3 bbbbaaaaaaaabbbbbbbbb 6
ข้อมูลส่งออก
aade aaabb abc aaaaaa